ความเห็นผิดต่อการปฏิบัติธรรมหลายประการ


ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ meditation

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าการเข้าสู่ทางธรรมนั้นจะต้องตัดขาดจากโลก หนีโลกไปเลยนั้นไม่ใช่ การเข้าใจธรรมก็จะทำให้เข้าใจโลกและการเข้าใจโลกจะก็จะเข้าใจในธรรมด้วย

ทางโลกกับทางธรรมนั้นไปทางเดี๋ยวกันแต่อาจจะแยกกันไปสวรรค์หรือนรกในสุดท้ายปลายทาง ถ้าเปรียบการปฏิบัติธรรมถือศีลภาวนาเป็นการออกกำลังกาย การเข้าวัดก็เหมือนกับเข้าฟิตเนสยิมมีโค้ชแนะนำการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี แต่การปฏิบัติจริงนั้นเกิดขึ้นทุกวัน และการเดินเข้าสู่ทางธรรมไม่ใช่ต้องสละทิ้งทุกอย่างในทันที อย่างบางคนบอกว่า “อยากบวชแต่ยังละกิเลสไม่ได้ ?” ผมเลยตอบเค้าว่า “แล้วถ้าละกิเลสได้แล้วจะบวชทำไม” ฉนั้นไม่ใช่ข้ออ้างที่คุณจะผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่บวชก็สามารถทำได้ การปฏิบัติธรรมนั้นไม่ใช่การบังคับสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้มีความรู้สึกอะไรอย่า่งที่เข้าใจกันเหมือนอย่างที่เสียดสีนักบวชในภาพยนตร์หลายเรื่อง สำหรับผู้ปฏิบัตินั้นกิเลสคือเครื่องมือฝึกฝนลับคมสติปัญญา คือเครื่องมือในการพัฒนาตนให้เจริญยิ่งๆ ขึ้น

ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ

จากประสบการณ์และความผิดพลาดของผมเองพบว่าเรามักจะเข้าใจผิดว่าการทำสมาธิ เดินจงกรม ภาวนา จะต้องอยู่ในสภาพที่ไร้อารมณ์ ทำให้นักปฏิบัติจำนวนคนมักจะต้องฟอร์มจิตให้นิ่งเฉย ไร้ความรู้สึก ทำหน้าจืดซีดๆ ท่าทางไม่กระฉับกระเฉงทำให้เกิดความเครียด อันที่จริงแล้วการทำสมาธิ เดินจงกรม ภาวนา หรืออะไรก็ตามต้องมีอารมณ์ด้วย แต่เราต้องเลือกอารมณ์ที่เป็นกุศล อารมณ์เป็นหนึ่ง อย่างในคววามตั้งใจมั่น มุ่งมั่นในจะฝึกสมาธิในความมุ่งมั่นนั้นก็มีโทสะเจืออยู่ด้วย

ความเข้าใจผิดประการต่อมาคือ ต้องไม่มีกิเลสหรือเป็นคนดีบริสุทธิ์ไร้มลทินก่อนถึงจะเข้าสู่ทางธรรมได้นั้นก็ผิด การปฏิบัติธรรมต้องใช้กิเลสเป็นเครื่องช่วยสร้างบารมี สร้างปัญญา กิเลสทำให้เราแสวงหาหนทางที่ถูกต้อง

ความเข้าใจผิดประการที่สามคือ คนจะเข้าใจว่าผู้ปฏิบัติจะต้องไม่มีความรัก ความชัง โลภ โกรธหลง สุขเศร้าเหงาซึม หัวเราะสนุกสนานเอ็นจอยกับชีวิตเลยก็ผิดอารมณ์ความรู้สึกทุกอย่า่งสามารถใช้เป็นอารมณ์กรรมฐานได้ ทุกสุขก็รู้ ไม่ใช่ปิดกั้นอารมความรู้สึก สิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวันสามารถใช้เป็นกรรมฐานได้ มีเสียงด่ากันใกล้บ้านเป็นประจำทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ก็ให้รู้จักความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจไป

ความเข้าใจผิดว่าผู้ปฏิบัติจะต้องมีแต่ความสุข ทำใจให้มีความสุข ซึ่งอันที่จริงปฏิบัติแบบทุกข์ก็ได้ ทุกข์ก็รู้สุขก็รู้ไม่ปลอมจิตใจตัวเอง สาวกของพระพุทธเจ้าต้องไม่กลัวทุกข์ไม่หนีทุกข์

ความเข้าใจผิดว่าการมีอารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องผิด ปิดกั้นอารมณ์ตัวเองเข้าไปติดอยู่ในความว่าง ต้องเปิดใจรับอารมณ์เรียนรู้โลก อย่างรู้เท่าทันโลก เท่าทันใจตนเอง

ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ maditation

สรุปท้ายที่ว่ามาหมายความว่าไง หมายความว่าแม้คุณไม่ใช่นักบวชไม่ได้สละทางโลก ก็สามารถปฏิบัติธรรม เข้าถึงพระธรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน

Advertisements

The URI to TrackBack this entry is: https://twittereffect.wordpress.com/2016/04/07/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1/trackback/

RSS feed for comments on this post.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: