ลงทุนกับศิลปินภาพวาดและงานศิลป์


การลงทุน ศิลปะ ภาพวาด

เราลงทุนได้กับทุกเรื่องที่เรามีความรู้ ลงทุนในงานศิลปะก็ต้องมีความรู้ มีความชื่นชอบไม่งั้นของที่ท่านซื้ออาจเป็นเพียงขยะขณะเดียวกันของที่เป็นขยะก็อาจกลายเป็นทองได้เช่นกัน คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นคุณค่าของศิลปะ ฝรั่งเลยเห็นช่องมาซื้อเก็บไว้เป็นสต๊อกๆ ทั้งถูกทั้งแพง จนสมบัติชาตินั้นอยู่นอกประเทศหมด

ทำไมฝรั่งซื้อภาพจิตรกรรมไทยราคาหลายสิบล้าน

ฝรั่งเห็นอะไรในสิ่งที่คนไทยเราเองไม่เห็น ซื้องานศิลปะภาพเขียนไทยราคาเป็น 10 ล้าน  50 ล้านบาท แล้วเราจึงมารู้จักศิลปินเห็นค่าของงานศิลปะหลังจากนั้น หรือเราต้องรอให้ฝรั่งมารับรองให้ certificate ก่อน ที่ฝรั่งกล้าซื้อมันในราคา 50 ล้านเพราะเค้ารู้ว่าวันนี้เราจะเห็นค่า่ของมันแล้วซื้อกลับเข้าประเทศในราคาที่แพงกว่า

จิตกรไทยไม่มีจุดขาย

จิตกรไทยฝีมือดีมีมากมาย แต่ชอบวาดรูปม้า รูปดารา รูปเลียนแบบของ แวนโกะ แล้วจะไปดังได้ยังไง ถ้าไม่มีสไตรของตัวเอง ศิลปินแห่งชาติไม่ว่า อาจารย์เฉลิมชัย อาจารย์ถวัล อาจารย์ประเทือง และอื่นๆล้วนมีสไตร์ที่ต่าง มีจุดขาย โดยเฉพาะอาจารย์เฉลิมชัยที่เป็นสุดยอดนักขาย จะขายงานได้ราคา 50 ล้าน ก็ต้องมีการพรีเซ็นที่ยิ่งใหญ่อลังการ พูดเสียงดังๆ ว่าไม๊  งานที่เข้าตาฝรั่งถ้าไม่ traditional จ๋า ก็ต้องแหวกจากลัทธิตระกูลช่างศิลป์เดิมๆ หรือล่อแหลมศีลธรรม แอนตี้ศาสนาไปเลย

ลงทุนกับศิลปินรุ่นใหม่

ถ้าผมเป็นฝรั่ง ผมจะซื้อภาพเขียนของศิลปินข้างถนนมีแววสัก 20 คน คนละ 10,000 บาท 20 x 10,000 = 200,000 ถ้าศิลปินหนึ่งคนในนั้นดังขึ้นมา งานชิ้นนั้นจะมีมูลค่าสูงหลายสิบล้านบาท กำไร 1000% เลยทีเดียว นี่เป็นสาเหตุนึงที่ทำไมคนถึงไปซื้องานเด็กนักศึกษาเพาะช่างเป็นพันเป็นหมื่นบาท แม้ว่าไม่ใช่ศิลปินดังอะไร แต่มันเป็นการเก็งกำไรกับอนาคตนักศึกษาเหล่านี้ซึ่งอาจโด่งดังในภายภาคหน้า เพราะศิลปินไทยส่วนใหญ่ก็จบจากที่นั่น

กระบวนการปั่นราคาภาพเขียน

ภาพศิลปะก็เหมือนกับหุ้นที่ปั่นราคาได้ สร้างมูลค่าให้มันได้อย่างเป็นขบวนการ เราอาจวาดภาพสักชิ้นแล้วให้ฝรั่งซื้อไปในราคา 50 ล้าน ด้วยเงินของเราเอง ทำแบบนี้สักสองสามรอบ ซื้อต่อกันไป จ่ายให้ฝรั่งหน้าม้า จ่ายให้สื่อสร้างสตอรี่ จ่ายให้แกลอรี่นำเสนองานเรา แล้วก็รอปลามากินเหยื่อ

งานของศิลปินระดับโลกบางท่านมีมากกว่า 200 ชิ้น ชิ้นไหนบ้างที่เป็นของจริงชิ้นไหนบ้างที่เป็นของเก๊ บางทีคนที่ครอบครองกันมาหลายทอดอาจเป็นของเก๊ก็ได้ ผมเชื่อว่ากระบวนการทำของเลียนแบบนั้นมีมาเนิ่นนานนับร้อยปีแล้ว บ้างก็ว่าเป็นงานของศิลปินคนหนึ่งที่อยู่ในยุคสำคัญของศิลปะ พยามนำเรื่องราวของเค้าผูกกับประวัติศาสตร์ ทั้งที่ไม่ใช่ชิ้นงานสำคัญอะไรเลย แต่กระบวนการสร้างสตอรี่นั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายยุคหลายสมัยจนทำให้มันมีมูลค่าจริงๆขึ้นมา

โอกาสทองของนักสะสมในดินแดนพม่า

พม่าเปิดประเทศมีการปฎิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จากการผลิตสิ่งของเครื่องใช้โดยใช้มือจะเปลี่ยนไปเป็นพลาสติก วัสดุสังเคราห์ สินค้าจากอุตสาหะกรรม แรงงานพม่าจะเปลี่ยนอาชีพจากงานหัตถศิลป์เข้าสู่แรงงานในโรงงาน งานศิลป์ของพม่าจะหายากและมีมูลค่าสูงเป็นโอกาสดีที่จะเก็บสะสม

 

 

Advertisements

The URI to TrackBack this entry is: https://twittereffect.wordpress.com/2013/09/30/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5/trackback/

RSS feed for comments on this post.

One Commentใส่ความเห็น

  1. สุดยอดมากครับ ขอบคุณข้อมูลอาจารย์มากครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: